เคล็ดลับวิธีทําให้เล็บแห้งเร็ว

nail-polish-dry-faster-main

ว่ากันว่าผู้หญิงกับความงามเป็นของคู่ กัน โดยนอกจากหญิงสาวแต่ละคนจะมีความงามเฉพาะตัวแล้ว เสื้อผ้า รวมไปถึงเครื่องประดับต่าง ๆ ก็เป็นตัวช่วยเสริมความงามและบุคลิกให้หญิงสาวดูดีอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงสะท้อนรสนิยมของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ความสวยของสาว ๆ ไม่ได้มีเพียงแต่เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับเท่านั้น สิ่งเล็ก ๆ ที่หลายคนไม่สนใจก็ถูกนำมาตกแต่งให้สวยงามจนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนมอง ตามคือเล็บสวย ๆ บนนิ้วมือที่เรียวยาว หรือบนนิ้วเท้าที่สวยได้รูปของสาว ๆ นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันอุปกรณ์ในการทำเล็บทั้งน้ำยาทาเล็บ น้ำยาเคลือบเล็บต่าง ๆ มีวางจำหน่ายให้สาว ๆ เลือกใช้ได้ตามใจชอบ สำหรับสาว ๆ ที่ไม่มีเวลาไปร้านทำเล็บหรือไม่มีคนทาเล็บให้ การทาเล็บด้วยตนเองในบางครั้งอาจประสบกับปัญหาเล็บแห้งช้าทำให้เสียเวลาใน การทำกิจกรรมอื่น ๆ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ โดยในบทความนี้จะแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการแก้ปัญหาเล็บแห้งช้าให้กับสาว ๆ ที่ชื่นชอบการทาเล็บ ดังนี้

ก่อนทาเล็บควรตรวจสอบการใช้งานของยาทาเล็บให้ดี หากเป็นยาทาเล็บที่ซื้อมานานจะทำให้ประสิทธิภาพของความติดทนนาน และความสดของสีลดลงแถมยังทำให้เล็บแห้งช้าอีกด้วย

ทาเล็บบาง ๆ เพราะยิ่งเราทาเล็บหนาเท่าไหร่สีเล็บก็จะแห้งช้าเท่านั้น หรือถ้าสาว ๆ หลายคนอยากทาสีเล็บหลายชั้นก็ควรรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อนจึงจะทาชั้นต่อไป

ทาน้ำยาเคลือบเล็บหลังจากเพ้นท์เล็บเสร็จโดยทันทีจะช่วยให้เล็บแห้งเร็วขึ้น

 

nail-polish-dry-faster-1

Cooking spray ที่ใช้ทำอาหารก็ช่วยให้เล็บแห้งเร็วได้เพียงฉีดลงบนเล็บแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที แล้วล้างออก     

หลังทาเล็บควรเพิ่มความเย็นให้กับเล็บจะทำให้เล็บแห้งเร็ว อาจนำเล็บไปจุ่มในน้ำผสมน้ำแข็งเป็นเวลาประมาณ 2-3 นาทีนอกจากนี้ลมเย็นของไดร์เป่าผมก็ทำให้เล็บแห้งเร็วได้ เพียงเป่าลมเบา ๆ บนเล็บ ไม่ควรใช้ลมแรง เนื่องจากสีเล็บที่ยังไม่แห้งสนิทอาจเกิดรอยนูนทำให้สีเล็บที่ได้ไม่สวยงาม หรือการนำเล็บไปอังในช่องแช่แข็งของตู้เย็นก็สามารถทำให้เล็บแห้งเร็วได้ เช่นกัน การทาเล็บในห้องแอร์ก็สามารถช่วยได้ เนื่องจากความเย็นของอากาศจะทำให้สารตัวทำละลายระเหยเร็วขึ้นส่งผลให้สีเล็บ ที่ทาไว้แห้งเร็ว

nail-polish-dry-faster-3

นอกจากสีเล็บที่แห้งเร็วแล้วการทำให้สีเล็บสวย ๆ อยู่คู่กับเล็บของสาว ๆ ไปนาน ๆ ก็มีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการทาเล็บ ดังนี้

– ตะไบเล็บก่อนทาเล็บเพื่อเล็บที่สวยเข้ารูปไม่แตกง่าย สะดวกต่อการลงน้ำยาทาเล็บบนเล็บที่เรียบเนียนส่งผลให้สีเล็บที่ทาออกมาดู เรียบสวยเข้ากับรูปทรงของเล็บ

– การทำให้เล็บอ่อนตัวด้วยการจุ่มน้ำก่อนทาไม่ใช่วิธีที่ดี เพราะจะทำให้น้ำยาทาเล็บหลุดออกได้ง่ายเพราะฉะนั้นจึงไม่ควรจุ่มเล็บในน้ำ ก่อนทาเล็บ

– การหมุนขวดน้ำยาทาเล็บเพื่อไล่ฟองอากาศจะช่วยยืดอายุการใช้งานของน้ำยาทาเล็บได้ดีกว่าการเขย่าทั้งขวด

– ควรใช้คอตตอนบัสจุ่มน้ำส้มสายชูแล้วนำมาถูบนเล็บก่อนการลงเบสโค้ท รวมถึงการเลือกใช้เบสโค้ทควรเลือกเบสโค้ทที่มีเนื้อเหนียวจะช่วยให้สีเล็บ ติดทนนานมากยิ่งขึ้น และในส่วนปลายสุดของเล็บเป็นบริเวณที่สีทาเล็บจะหลุดออกได้ง่ายที่สุด ดังนั้นควรลงเบสโค้ทซ้ำอีก 2 ครั้ง ตรงบริเวณส่วนบนของเล็บ

นอกจากนี้การบำรุงรักษาเล็บก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเรามีเล็บที่สวยสุขภาพดีแล้วการทาสีเล็บไม่ว่าจะเป็นสีอะไรย่อม ส่งผลให้เล็บสวยสดใสได้เสมอ การบำรุงรักษาเล็บมีวิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

– เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเล็บด้วยน้ำมัน หรือครีมบำรุงจมูกเล็บ ไม่ควรปล่อยให้จมูกเล็บกลายเป็นหนังแข็ง ๆ หรือเป็นขุย ควรดูแลโดยการตัดจมูกเล็บให้เรียบร้อย

– ปกป้องเล็บด้วยครีมบำรุงมือที่มีคุณภาพในช่วงที่มีอากาศเย็น เช่น ช่วงหน้าหนาวเพราะอากาศที่หนาวจัดจะทำให้มือของคุณแห้ง และลอกได้ง่าย รวมถึงสุขภาพเล็บที่อาจจะแย่ตามไปด้วย การใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ SFP ทุกวันจะช่วยให้เล็บของคุณดูสวยสุขภาพดี

– หลังจากการล้างมือ ปกป้องเล็บด้วยโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื่นเพราะมือและเล็บได้สูญเสียความ ชุ่มชื่นไปจากการล้างมือด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างมือ การทาวาสลีนก็สามารถช่วยได้ นอกจากนี้ควรทาหลังล้างมือแล้วก่อนนอนก็สามารถทาได้เช่นกัน

nail-polish-dry-faster-2

การทำเล็บที่ร้านบ่อย ๆ อาจส่งผลเสียต่อเล็บได้ เพราะช่างทำเล็บอาจทำให้เล็บของคุณเสียหายด้วยการแคะ ตัดจมูกเล็บ สำหรับการบำรุงรักษาเล็บที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเองคือการขูดผิวเล็บเพื่อ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวของเล็บให้เล็บดูสวย เงางาม สุขภาพดี มีวิธีง่าย ๆ คือการใช้อุปกรณ์ขูดหน้าเล็บ ค่อย ๆ ดันจากปลายเล็บเข้าหาโคนเล็บ และใช้แผ่นขัดเล็บขัดเบา ๆ บริเวณที่ขูดเพื่อให้เศษเล็บหลุดออกไป และใช้แผ่นขัดเงาที่มีส่วนผสมของเจลาตินถูเบา ๆ เป็นอันเสร็จสิ้น ทั้งนี้ควรขัดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพเล็บที่ดี

จะเห็นได้ว่าการทาเล็บให้แห้งเร็ว รวมไปถึงเคล็ดลับต่าง ๆ เกี่ยวกับการทาเล็บรวมทั้งการบำรุงรักษาเล็บก็สามารถช่วยให้สาว ๆ มีสีเล็บที่สวยติดทนนานดูเป็นธรรมชาติและมีสุขภาพเล็บที่ดี

เคล็ดลับเตรียมขัดผิวเจ้าสาวให้เนียนสวย

ขัดผิวเจ้าสาว

วันแต่งงานคือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของหญิงสาว วันแต่งงานจะต้องเป็นวันที่เจ้าสาวสวยที่สุดและโดดเด่นที่สุดในงาน ซึ่งก่อนจะถึงวันสำคัญที่สุด จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการเตรียมตัว และหนึ่งในการเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการขัดผิว อันจะส่งผลให้ผิวของเจ้าสาวสวยงาม ผุดผ่องในชุดสีขาวบริสุทธิ์นั่นเอง วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับการเตรียมผิวเจ้าสาวให้เรียบเนียนมาฝาก

3 สูตรขัดผิวสำหรับเจ้าสาว

ขัดผิวเจ้าสาว

1. สูตรมะขาม ทานาคา

ส่วนผสม

ทานาคา                                                  3 ช้อนโต๊ะ

มะขามเปียกละลายน้ำแบบข้น                    3 ช้อนโต๊ะ

โยเกิร์ต                                                    2 ช้อนโต๊ะ

ขมิ้น                                                        1 ช้อนชา

น้ำผึ้ง                                                       3 ช้อนชา

วิธีขัดผิว

นำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาขัดที่บริเวณผิวให้ทั่วทั้งเรือนร่างอย่างเบามือ ขัดวนไปมาโดยใช้ใยบวบ หรือฟองน้ำขัดผิวประมาณ 5 นาที จากนั้นทิ้งไว้ให้ส่วนผสมแห้งเป็นเวลา 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลังล้างออกจะพบว่าผิวกระจ่างใส และนุ่มเนียนมากขึ้น

ขัดผิวเจ้าสาว

คุณประโยชน์ของสูตรขัดผิวขมิ้น ทานาคา

ทานาคา เป็นสมุนไพรที่หญิงสาวชาวพม่านิยมใช้ มีส่วนช่วยให้ผิวขาวเนียนนุ่ม และยังช่วยลดจุดด่างดำ และฝ้า ลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน อีกทั้งยังช่วยป้องกันการทำลายผิวจากรังสียูวีได้เป็นอย่างดี

มะขามเปียก มีฤทธิ์เป็นกรด AHA ช่วยทำให้ผิวขาว ลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มกว่าเดิม อีกทั้งยังลดรอยดำแห้งกร้านบริเวณหัวเข่า ตาตุ่ม และข้อศอกได้อีกด้วย

โยเกิร์ต ช่วยป้องกันการเกิดสิว กระชับรูขุมขน และเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว นอกจากนี้ยังบรรเทาอาการผิวไหม้จากแสงแดดได้ดีอีกด้วย

ขมิ้น เป็นสมุนไพรจากภูมิปัญญาไทยที่นิยมใช้ขัดตัวมา แต่โบราณ ขมิ้นจะมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส ทำให้ผิวเนียนนุ่มกว่าเดิม

น้ำผึ้ง มอบความชุ่มชื้นให้กับผิวกายได้ ทำให้ผิวสมดุล ไม่แห้งหยาบกร้าน หรือมันมากเกินไป

ขัดผิวเจ้าสาว

2. สูตรกากกาแฟ ผสมนมจืด

ส่วนผสม

กาแฟสด                                2 ช้อนโต๊ะ

โยเกิร์ตรสดั้งเดิม                     1 ถ้วย

น้ำผึ้ง                                     2 ช้อนโต๊ะ

วิธีขัดผิว

นำกากกาแฟผสมโยเกิร์ต และน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดผิวให้ทั่วทั้งตัวโดยขัดวนเป็นวงกลมประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก

คุณประโยชน์ของสูตรขัดผิวกากกาแฟ และโยเกิร์ต

กากกาแฟ จะทำให้เส้นเลือดบริเวณผิวหนังขยายตัวได้ และทำให้เลือดสูบฉีดดีขึ้นกว่าเดิม ผิวจึงเปล่งปลั่งสดใส นอกจากนี้ หากนำกากกาแฟมาขัดบริเวณที่มีเซลลูไลท์สะสม จะพบว่าผิวบริเวณนั้นจะกระชับขึ้น ช่วยลดรอยย่นจากเซลลูไลท์ได้อีกด้วย

โยเกิร์ตและน้ำผึ้งยังมีสรรพคุณในเรื่องความขาวด้วย คือ ช่วยเพิ่มความขาวให้ผิว อีกทั้งยังมอบความชุ่มชื้นให้ผิวหนังได้เป็นอย่างดี

ขัดผิวเจ้าสาว

3. สูตรขัดผิวด้วยเกลือ

ส่วนผสม

เกลือแกง                                 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะพร้าว                           3 ช้อนชา

วิธีขัดผิว

นำเกลือ และน้ำมันมะพร้าวผสมกันแล้วนำไปขัดผิวให้ทั่ว ซึ่งการขัดผิวจะให้ผลดีก็ต่อเมื่อขัดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานประมาณ 45 นาที

คุณประโยชน์ของสูตรขัดผิวด้วยเกลือ

เกลือ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ผิวจึงดูอ่อนวัยและนุ่มเนียนยิ่งขึ้น

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและนุ่มเนียนกว่าเดิม ทั้งยังมีสารป้องกันแดดในตัวเอง ทำให้ผิวไม่ถูกแดดทำร้ายจนคล้ำเสียได้ง่าย
ขัดผิวเจ้าสาว

สูตรพอกผิวหลังขัดผิว

การพอกผิวหลังขัดผิวเปรียบได้ดั่งการปรับสมดุลให้กับผิวกาย อันจะทำให้ผิวรักษาความขาวกระจ่างใสได้อย่างยาวนาน เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการให้ผิวแลดูกระจ่างใส ดูสุขภาพผิวดี สวยที่สุดในวันแต่งงาน

วิธีพอกผิวด้วยข้าวโอ๊ตบดผสมกับมะเขือเทศ

ส่วนผสม

ข้าวโอ๊ต                                  3 ช้อนโต๊ะ

มะเขือเทศ                               2 ผล

วิธีทำสูตรพอกผิวด้วยข้าวโอ๊ตบดผสมกับมะเขือเทศ

นำมะเขือเทศผสมกับข้าวโอ๊ตแล้วนำไปปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกที่ผิว ทิ้งไว้เป็นเวลา 50 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด

คุณประโยชน์ของสูตรพอกผิวด้วยข้าวโอ๊ตบดผสมกับมะเขือเทศ

มะเขือเทศ มะเขือเทศเต็มไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซี อันจะทำให้สิวลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด และทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกอย่างง่ายดาย เผยผิวใหม่ที่สดใสกว่า ช่วยให้ผิวคงความขาวกระจ่างใส และนุ่มเนียนได้มากยิ่งขึ้น

ข้าวโอ๊ต ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งวิตามินอีจัดได้ว่าเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น โดยข้าวโอ๊ตจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป เมื่อพอกผิวด้วยข้าวโอ๊ต ผิวจึงเนียนนุ่มกว่าเดิม

การบำรุงผิวหลังการขัดผิว

หลังขัดผิวเซลล์ผิวจะค่อนข้างบอบบางและไวต่อแสงแดด ซึ่งผู้ที่ผ่านการขัดผิวมาแล้วไม่ว่าจะเป็นสูตรใดก็ตามจำเป็นต้องทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ การเลือก SPF สำหรับครีมกันแดด ควรเลือก SPF สูงกว่า 30 โดยทาครีมกันแดดอย่างน้อยวันละสองครั้ง พยายามใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวี นอกจากนี้ควรทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรซ์เซอร์อย่างสม่ำเสมอวันละสองครั้ง ในเวลาเช้าและก่อนนอน ผิวจะคงความชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน จนกระทั่งวันแต่งงาน

การขัดผิวเจ้าสาว เป็นวีการดูแลผิวที่ทำได้ง่ายดาย และใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นมะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น ซึ่งการดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยสำหรับหญิงสาวที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว เพื่อให้คุณสวยที่สุดในวันสำคัญที่สุดของชีวิตผู้หญิงทุกคน

บทความเกี่ยวกับ เครื่องสำอาง ดีๆ จาก COSZI.com